ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน ไม่สามารถพึ่งตนเองได้ แม้งานสังคมสงเคราะห์จะขยายออกไปมากแต่การดำเนินงานยังขาดความร่วมมือและประสานงานกัน ผู้ดำเนินงานองค์การสังคมสงเคราะห์ ทั้งของรัฐบาลและเอกชน จึงได้ดำริที่จะก่อตั้งองค์การกลางของการสังคมสงเคราะห์ขึ้น

ผู้แทนขององค์การสังคมสงเคราะห์ ๙ องค์การ มีกรมประชาสงเคราะห์ (ศาสตราจารย์ปกรณ์อังศุสิงห์ เป็นผู้แทน) มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ (หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรเป็นผู้แทน) สมาคมสตรีอุดมศึกษา (คุณหญิงอาภรณ์ กฤษณามระ เป็นผู้แทน)มูลนิธิช่วยและให้การศึกษาคนตาบอด (คุณหญิงเลขา อภัยวงศ์ เป็นผู้แทน) มูลนิธิพีระยานุเคราะห์ (แพทย์หญิงเพียร เวชบุล เป็นผู้แทน) ยุวพิทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย (นายสมพร เทพสิทธา เป็นผู้แทน) ยุวสมาคมแห่งประเทศไทย (นายเล็ก วานิชอังกูร เป็นผู้แทน) สมาคม วาย.ดับบลิว.ซี.เอ (นางสาวเฮเลน แต้สุจิ เป็นผู้แทน) และสมาคม วาย.เอ็ม.ซี.เอ. (นายจุฬินทร์ ตกแต่ง เป็นผู้แทน) ได้ร่วมกันประชุม

ครั้งแรก ณ กรมประชาสงเคราะห์ เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๐๑ และในที่สุดได้ตกลงให้จัดตั้งองค์การกลางสังคมสงเคราะห์ขึ้น เรียกว่า "สภาองค์การสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย"

วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๓ สภาองค์การสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ได้รับอนุมัติจากทางราชการให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและประสานงานด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งของทางราชการและเอกชน ต่อมาในเดือนมีนาคม ๒๕๐๔ สภาองค์การสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย”